วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ตอนที่ 4: ตอบแทนการหนุนตัก

        แปลไทยโดย : Garinx305

※ ※ ※ ※ ※ ※ ※ ※ ※ ※ ※

        สำหรับสุบารุแล้ว ความรู้สึกตอนตื่นขึ้นนั้นมันคล้ายกับการยกหัวขึ้นจากน้ำ แสงแดดได้ส่องเข้าตาของเขาในขณะที่เปลือกตาของเขาแยกจากกัน ทำให้เขาทำหน้าบูดบึ้งขณะขยี้ตา แต่เขาค่อนข้างตื่นตัวดี เมื่อเขาลืมตาขึ้น สติก็จะตามมาในไม่ช้า

        "อ๊ะ ตื่นแล้วเหรอ?"

        เสียงนั้นดังอยู่เหนือหัว ในขณะที่สุบารุหันมาเผชิญหน้า ร่างกายของเขายังคงอยู่บนพื้น และเขาตระหนักได้ว่าหัวของเขาวางอยู่บนบางสิ่งที่ค่อนข้างนุ่ม

        "อย่าเพิ่งขยับสิ หัวนายยังเจ็บอยู่ เพาะฉะนั้นมันไม่ปลอดภัยนะ"

        เสียงที่เป็นห่วงเขานั้นช่างอ่อนโยน และความรู้สึกใต้หัวของเขานั้นเป็นความสุขอันสูงสุดอย่างหนึ่ง สุบารุนึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะหมดสติ และสรุปได้ว่าขณะนี้เขากำลังประสบกับพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งที่ผู้ชายจะได้รับ

        ―เห้ย สาวสวยคนนั้นให้ฉันนอนหนุนตักงั้นเหรอ?!

        ด้วยการใช้ประโยชน์จากพรอันศักดิ์สิทธิ์นี้ สุบารุเริ่มพลิกตัว เพื่อที่จะเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกของต้นขาของเธอให้ไปจนถึงในหัวใจของเขา

        การเคลื่อนไหวเป็นวงกลมของเขานำความรู้สึกที่น่ายินดีมาที่แก้มของเขา ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมไปด้วยความอ่อนนุ่ม

        ―ให้ตายสิ สาวสวยมีขนเยอะกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีก

        "ใช่ก็บ้าแล้ว―!"

        "ดีใจที่เห็นนายตื่นแล้วนะ (เสียงสูง)"

        สุบารุเงยหน้าขึ้นมอง ตอนนี้เขาตื่นดีแล้ว เขาเลยสามารถเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาได้อย่างชัดเจน ในสายตาที่กลับหัวกลับหางของเขาคือใบหน้าของแมวตัวใหญ่ สีหน้าของมันช่างดูยินดีในขณะที่มันกำลังยิ้ม

        "ผมตัดสินใจที่จะมีน้ำใจและให้ความสะดวกสบายกับนายจนกว่านายจะตื่นน่ะ (เสียงสูง)"

        "ก่อนอื่นเลย หยุดทำเสียงแบบนั้นก่อนเถอะ"

        หลังจากที่ต้องมาตกอยู่ในอยู่ในสถานการณ์บ้าบอที่ได้รับการหนุนตักจากแมวขนาดเท่าคน แต่นั่นกลับเป็นคำขอเดียวของสุบารุ แล้วเขาก็กลับไปเพลิดเพลินกับความรู้สึกของปุกปุยเพราะมันเป็นข้อเสนอที่ดี

        "นุ่มนิ่ม... นุ่มนิ่มมากเลย คุณได้สร้างอะไรขึ้นมาบนโลกนี้กันนะ พระเจ้า?"

        "โอ้ ดูเหมือนว่ามันจะคุ้มค่าที่ผมเปลี่ยนขนาดนะ ถ้ามันทําให้นายมีความสุขได้มากขนาดนี้ ใช่มั้ยล่ะ?"

        เจ้าแมวตัวใหญ่เกาหัวอย่างอายๆ และขยิบตาราวกับว่ากําลังมองหาข้อตกลง ในทิศทางที่มันมองไป ตรงทางเข้าตรอก หญิงสาวยืนพับแขนของเธอด้วยความไม่พอใจ เธอคือหญิงสาวที่ถูกแผดเผาเข้าไปในดวงตาและความทรงจำของเขาก่อนที่เขาจะหมดสติไป

        "เอาง่ายๆ เลยก็คือ นายก็คือเจ้าแมวตัวเล็กก่อนหน้านี้สินะ?"

        "ฟุฟุฟุ ขนาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระทําให้เหมาะสําหรับการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้มันยังทำให้วันของคุณสดใสขึ้นด้วยบทสนทนาที่ตลกขบขัน เจ้าแมวสำหรับทุกคน เข้ากันได้ดีกับไลฟ์สไตล์ของคุณ! สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อสมาคมวิญญาณนะ"

        มันดีดนิ้วอย่างรวดเร็วและเริ่มนำเสนอจุดขาย ถึงตัวเนื้อหาจะไม่ค่อยตรงประเด็นนัก แต่สุบารุก็เข้าใจว่านั่นอาจจะเป็นนิสัยของมัน

        "งั้นเธอก็รออยู่จนกระทั่งฉันตื่นเลยสินะ..."

        "อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันมีคำถามจะถามนาย ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องอยู่ยังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น ฉันคงทิ้งนายเอาไว้ที่นี่แล้วล่ะ เข้าใจแล้วนะ"

        เมื่อถูกเน้นย้ำมากขนาดนั้น แม้แต่สุบารุเองก็ตอบอะไรกลับไม่ได้ เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน ราวกับว่าเธอกำลังกดดันเขา เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการสื่อสารระดับ 1 ของเขาที่แย่ยิ่งกว่าเมื่ออยู่กับเพศตรงข้าม ดังนั้นสิ่งที่สุบารุทำได้ทั้งหมดคือพยักหน้า

        "และนั่นก็รวมถึงการที่ฉันรักษานายและให้นายได้เพลิดเพลินกับตักของพัคด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวฉันเอง เพราะฉะนั้นฉันจะให้นายตอบแทนฉันเดี๋ยวนี้ล่ะ"

        "ถึงเธอจะแสดงท่าทางแบบนั้น แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่คำขอธรรมดา ใช่มั้ยล่ะ?"

        ทำอะไรก็ได้ผลอย่างนั้น แต่เพื่อตอบสนองต่อคําพูดของเขา หญิงสาวส่ายหัวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

        ไม่ใช่นะ ฉันกำลังเรียกร้องอยู่ต่างหากล่ะ ― เอาล่ะ นายรู้ใช่มั้ยว่าใครขโมยเหรียญตราของฉันไปน่ะ?

        สุบารุยอมรับกับท่าทางของเธออย่างกังวลใจ และด้วยเหตุผลบางอย่างเธอก็ลดเสียงลงแล้วถามเขาเรื่องนี้

        สุบารุไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเอียงศีรษะของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขามีความรู้สึกที่รุนแรงว่าเขาเคยได้ยินคำถามนี้มาก่อนแล้ว ก่อนที่เขาจะหมดสติไป

        "นี่หัวฉันกระแทกหนักมากเลยเหรอ ในตอนที่ฉันหมดสติไปน่ะ?"

        "นายสลบไปอย่างน้อยห้านาที แต่เท่าที่ฉันรู้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงนะ"

        "งั้นนี่ก็อาจจะเป็นเดจาวู? บางทีฉันอาจจะปลุกพลังที่ซ่อนอยู่บางอย่างที่ทําให้ฉันสัมผัสถึงอนาคตอันใกล้ได้?"

        บางทีเขาควรจะเรียกความสามารถนี้ว่า "กลับมาเมื่อวันก่อน"

        [T/N: กลับมาเมื่อวันก่อน จริงๆ แล้ว เป็นคำสแลงภาษาญี่ปุ่นซึ่งหมายถึงการบอกใครซักคนให้ไปแล้วไม่ต้องกลับมา]
        การหาคำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถามอาจเป็นประโยชน์มากกว่า บางทีก็เป็นไปได้ที่จะเตรียมตัวสำหรับคำถามยากๆ ในการทดสอบ ความฝันของเขาเริ่มที่จะสูญเสียการควบคุม

        "อ๊ะ ฉันเป็นพวกเก็บตัวนี่นา!"

        "เลิกเมินฉันแล้วใจเย็นลงก่อนได้มั้ย? เอาล่ะ ตอบคำถามฉันมาสิ"

        "เอ่อ... ฉันคงต้องบอกว่า... ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ นั่นแหละ"

        สิ่งที่เรียกว่าเหรียญตราก็คงเหมือนป้ายพวกนั้น ของพวกคนอย่างทนาย อัยการหรือสมาชิกของกองกำลังป้องกันตนเอง ฯลฯ ที่ต้องใช้พิสูจน์ตัวเอง

        น่าเสียดายที่สุบารุไม่มีความทรงจำใดๆ เลยว่าได้เห็นสิ่งนี้ในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงที่เขาอยู่ที่นี่

        ถ้าเป็นที่บ้าน เขามีเหรียญตราของเล่นที่เขาสะสมมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เขาไม่รู้ว่าจะกลับไปที่นั่นได้ยังไง แต่เขาคงจะโดนน้ำแข็งทุบแน่ ถ้าเขาพยายามเสนอให้เธอ

        เพราะฉะนั้น คำตอบของเขาคงจะไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของเธอได้ แต่หญิงสาวก็พยักหน้า และดูไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย

        "เข้าใจแล้ว อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่านายไม่รู้อะไรเลย เพราะฉะนั้นนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับค่าชดเชยที่รักษาให้นาย"

        ตรรกะของเธอที่ยอมเสียทุกอย่างจะต้องทำให้นักต้มตุ๋นที่ขี้โกงที่สุดตกตะลึงอย่างแน่นอน ทิ้งสุบารุที่ตกตะลึงไว้ข้างหลัง เธอปรบมือดังๆ ราวกับว่าเธอได้ลืมเรื่องทั้งหมดนี้ไปแล้ว

        "งั้นฉันไปก่อนนะ ขอโทษนะ ฉันกำลังรีบอยู่น่ะ แผลของนายก็ใกล้จะหายแล้ว และคนพวกนั้นก็คงจะไม่ตามนายมาอีก ถ้าดูจากการที่พวกนั้นกลัวมากขนาดไหน แต่การเดินเข้าไปในตรอกร้างคนเดียวในเวลาแบบนี้มันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ เลยนะ อ๊ะ ฉันไม่ได้เป็นห่วงหรืออะไรนะ แค่เตือนก็เท่านั้นล่ะ ถ้ามันเกิดขึ้นอีกฉันไม่มีเหตุผลที่จะช่วยนาย ดังนั้นอย่าคาดหวังอะไรเลยจะดีกว่านะ"

        ปากของเธอขยับอย่างรวดเร็วในขณะที่เธอกำลังพูด และบางทีเธออาจจะตีความว่าความเงียบของสุบารุดูเหมือนจะเป็นการตกลง เธอจึงดูพอใจเมื่อเธอหันหลังกลับไป

        ผมยาว สีเงินของเธอพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหวของเธอ และแม้แต่ในตรอกที่มืดมิดนั้น มันก็ยังมีความแวววาวราวกับประกายของเทพนิยาย

        จู่ๆ ท่าทางสนับสนุนของสุบารุก็หายไปอย่างกะทันหันและเขาก็รีบหยุดตัวเองไม่ให้ล้มลง เมื่อเขาหันกลับไป ก็ไม่พบร่างของเจ้าแมวตัวใหญ่ที่ไหนเลย แต่มันกลับไปอยู่ในขนาดเท่าฝ่ามือเหมือนที่เขาเห็นครั้งแรก ในขณะที่กำลังลอยไปมาในอากาศเหมือนลูกโป่ง มันก็หันไปทางหญิงสาว

        "ขอโทษด้วยนะ เธอไม่สามารถตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้น่ะ ลูกสาวของผมคนนี้ อย่าคิดว่าเธอแปลกเลยนะ"

        หลังจากที่พูดแบบนั้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง เจ้าแมวก็ค่อยๆ ตกลงบนไหล่ของเธอ เธอตบแผ่นหลังของมันราวกับว่าจะยืนยันว่ามันอยู่ หลังจากนั้นมันก็หายไปในเส้นผมของเธอ

        สายตาของสุบารุมองตามร่างที่ร่าเริงของเธอขณะที่เธอกำลังเดินจากไป และเขาก็ไตร่ตรองถึงสิ่งที่เจ้าแมวพูดกับเขาอย่างตั้งใจ

        ―แรงจูงใจที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังคําพูดและการกระทําของเธอ

        ดูเหมือนว่าเธอจะถูกขโมยบางสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเธอ และเธอก็กำลังไล่ตามคนร้าย จากนั้นเธอก็เห็นคนแปลกหน้าถูกทําร้าย แต่ก็ยังหยุดเพื่อช่วยเขา

        ที่สำคัญที่สุด เธอยังเสียเวลารักษาเขาและดูแลจนกว่าเขาจะตื่น จากนั้นก็ถามคําถามก่อนหน้านี้ของเธอซํ้าและถือว่าค่าตอบแทนเพียงพอเพื่อที่เขาจะได้ไม่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเธอ

        นั่นมันมากเกินกว่าที่จะสามารถพูดได้ว่าเธอไม่ตรงไปตรงมากับสิ่งต่างๆ แล้ว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเห็นใครบางคนที่มีน้ำใจอย่างไร้เหตุผลแบบนี้ เธอมีสิทธิทุกอย่างที่จะว่าเขา และเขาจะยอมรับมันทั้งหมด

        แต่สุดท้าย เธอกลับไม่ทำอย่างนั้น และเธอก็ไม่ได้ร้องขอคำขอโทษ ทำไมน่ะเหรอ? ถ้าตามที่เธอกล่าวมา มันเป็นเพราะการช่วยเหลือเขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่เห็นแก่ตัวของเธอ

        "ใช้ชีวิตแบบนั้น เธอจะเสียทุกอย่างไปไม่ใช่รึไง"

        เขายืนขึ้นด้วยคำพูดเหล่านั้นและตบเสื้อที่เปื้อนดิน ความสกปรกทําให้เสื้อของเขาโดดเด่นขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เสียหายมากนัก และที่สำคัญที่สุด ความเจ็บปวดจากการถูกตีก็หายไปแล้ว เขาหมุนไหล่และเหยียดขาพร้อมกับยืนยันอาการของตัวเอง และเป็นอีกครั้งที่เขาตระหนักได้ถึงความไม่สมเหตุผลของเวทมนตร์

        รวมถึงความไม่ปกติของหญิงสาวเช่นกัน ทั้งๆ ที่ทําเพื่อเขามากขนาดนี้แต่กลับไม่เรียกร้องอะไรตอบแทนเลย

        "―นี่ รอก่อนสิ!"

        ขณะที่เธอมองไปรอบๆ จุดที่ตรอกเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก ก็ได้มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลังของเธอ เธอใช้มือลูบผมให้เรียบ และหันกลับไปด้วยท่าทางหงุดหงิด

        "อะไรอีกล่ะ? พวกเราก็พูดทุกอย่างที่ต้องพูดกันไปแล้วนี่ ดังนั้นเราก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกแล้วสิ เราเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เส้นทางตัดกันชั่วขณะหนึ่งก็เท่านั้นเอง"

        "อย่าพูดให้ปวดใจแบบนั้นสิ! แล้วก็ถึงเธอตั้งใจจะจบมัน แต่ฉันคิดว่ามันยังไม่จบหรอกนะ"

        ดวงตาของเธอเย็นชาขณะที่เขาเข้าใกล้ บางส่วนของเขาคิดว่าฉากนี้เหมือนกับการที่ผู้ชายไล่ตามหญิงสาวที่ทำเย็นชาใส่เขา แต่เขายังคงเดินไปข้างหน้า แล้วกางแขนเพื่อปิดกั้นเส้นทางของเธอ

        "สิ่งนั้นมันสำคัญสำหรับเธอมาก ใช่มั้ยล่ะ? ให้ฉันช่วยเธอหาเถอะ"

        "แต่นายไม่..."

        "จริงอยู่ที่ฉันไม่รู้เบาะแสหรือชื่อของคนร้าย ภูมิหลังหรือเครื่องรางเลย แต่อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง! เธอเป็นพริตตี้เกิร์ลที่มีฟันเขี้ยวและผมสีบลอนด์ที่โดดเด่น! เธอเตี้ยกว่าเธอและน่ารักด้วย และอาจจะอายุน้อยกว่า 2-3 ปี แต่ฉันว่า―?!"

        มันเป็นนิสัยเสียของเขาที่จะเครียดและพูดด้วยความเร็วสูงเมื่อเขาหมดปัญญา นิสัยที่แสดงออกอย่างชัดเจนในขณะนี้ ถ้าพูดตรงๆ แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกรังเกียจนิสัยนี้

        ―มันมีสิ่งที่ไม่จำเป็นมากมายเช่นทรวงอกหรือเครื่องราง แล้วยังใช้คำอย่าง 'พริตตี้เกิร์ล' หรือ 'เรียลลี่' นี่ฉันเป็นใครกันแน่เนี่ย? ฉันยอมแพ้กับภาษาอังกฤษไปตอนเรียนมัธยมต้นปีหนึ่งแล้วนะ

        ในช่วงที่เขาเรียนมัธยมต้นปีหนึ่ง เขาทิ้งหนังสือเรียนภาษาอังกฤษของเขาในช่วงวันหยุดฤดูร้อนและสาบานว่าจะไม่ใช้คำจากภาษาอื่นอีก

        ถ้างั้นทำไมเขาถึงพึ่งใช้คำภาษาอังกฤษในคำพูดของเขาล่ะ―

        ดูเหมือนว่าสุบารุกำลังจะเริ่มต้นการเดินทางค้นหาตัวเอง ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเสียใจ หลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น แขนของเขาอยู่ในสภาพที่ยํ่าแย่เนื่องจากเหงื่อออกจากฝ่ามือและรักแร้ แถมเขายังถูกทรมานจากอาการใจสั่น หายใจไม่ออก เวียนศีรษะ โลหิตจาง คัดจมูก และไมเกรน ในขณะที่เขายืนอยู่ที่นั่น

        เขาทำให้ตัวเองจนมุม และสิ่งที่ช่วยเขาไว้ก็คือ

        "―นายเป็นคนที่แปลกจริงๆ"

        เสียงของหญิงสาว เธอวางนิ้วไปที่ริมฝีปากของเธอพร้อมกับเอียงศีรษะเล็กน้อย ราวกับกำลังมองสัตว์หายาก เธอจ้องมองเขาราวกับว่ากำลังประเมินเขาแล้วก็

        "บอกเอาไว้ก่อนนะ ฉันไม่สามารถให้อะไรตอบแทนนายได้ ฉันหมดตัวอยู่น่ะ"

        "เห็นมั้ยล่ะ มันถูกขโมยไปหมดแล้ว"

        "ใจเย็นๆ ฉันก็หมดตัวอยู่เหมือนกัน"

        "ถึงนั่นจะไม่ได้ทำให้เธออุ่นใจขึ้นก็เถอะ"

        เพิกเฉยต่อคำอุทานที่เปล่งออกมาเป็นระยะ สุบารุกระแทกหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง

        "แล้วก็ฉันไม่ต้องการรางวัลหรืออะไรหรอกนะ ฉันแค่อยากจะขอบคุณน่ะ"

        "ฉันไม่ได้ทำอะไรที่สมควรได้รับคำขอบคุณจากนายหรอกนะ แล้วนายก็ตอบแทนฉันสำหรับการรักษาแล้วด้วย"

        เธอยังคงดื้อรั้นจนถึงที่สุด

        ทัศนคติที่ดื้อรั้นของเธอทำให้สุบารุยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมกับพูดต่อว่า "ถ้าอย่างนั้น"

        "ฉันก็จะช่วยเธอเพื่อประโยชน์ของตัวเองด้วยเหมือนกัน เป้าหมายของฉันก็ ใช่แล้ว นั่นไง ฉันต้องการที่จะทำความดีน่ะ!"

        "ทำความดี?"

        "ใช่แล้ว ถ้าเธอทำเยอะๆ เธอก็จะได้ไปสวรรค์ตอนตายยังไงล่ะ มันเป็นชีวิตในฝันของฉันเลย เกียจคร้านเท่าที่่ต้องการ ใช้ชีวิตตามใจตัวเองตามใจชอบ และเหมือนกับว่ามันกำลังรอฉันอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่เธอต้องให้ฉันช่วยยังไงล่ะ"

        แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไร แต่เขาพูดในสิ่งที่เขาต้องการ เขาดูราวกับว่าได้ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ แต่หญิงสาวดูค่อนข้างจะครุ่นคิด อย่างไรก็ตาม เจ้าแมวบนไหล่ก็เริ่มเอาอุ้งเท้าแหย่แก้มของเธอ

        "ผมไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆ เลย เพราะฉะนั้นถ้ารับข้อเสนอของเขามันจะไม่ดีกว่าเหรอ? แถมเธอยังไม่มีเบาะแสอะไรเลยและเธอแทบจะไม่สามารถค้นหาทั่วทั้งเมืองหลวงได้"

        "แต่ว่า... ฉัน"

        "ความดื้อรั้นของเธอนั้นแน่นอนว่าน่ารัก แต่มันคงโง่เง่าถ้าจะลืมเป้าหมายของเธอเพราะมันนะ ผมไม่อยากที่จะคิดว่าลูกสาวของตัวเองเป็นเด็กโง่หรอกนะ"

        เจ้าแมวยักไหล่ขณะที่มันยั่วยุเธอ ทำให้เธอเลิกคิ้ว จากนั้นเธอก็ต้องรําคาญกับไม่กี่วินาทีของ "โอ้" "ไม่" และ "อืม" แต่ในท้ายที่สุด

        "―ฉันให้อะไรนายไม่ได้จริงๆ เข้าใจนะ"

        พอพูดจบ เธอก็จับมือของเขาที่ยื่นออกมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น